เที่ยวเกาหลี Day 2 - 3

posted on 12 Nov 2009 18:59 by jaan

อ่านของวันแรกที่นี่นะฮร้า ~* >>> http://jaan.exteen.com/20091108/day-1

วันที่ 2 ตื่นมาก็กินข้าวเช้าที่โรงแรมกับฮยอนจุง  *โดนถีบ*...มุขเก่าเล่าซ้ำ ยังไม่เลิกอีก....

แล้วก็ขึ้นไปนอนต่อ... แล้วก็ลงมากินมื้อเที่ยง

ดูมัน ไม่อ้วนแล้วให้เรียกว่าอะไร มื้อเที่ยงเป็น ร้านอาหารจีนในพูซาน

แบบว่า มื้อเช้ากินแล้วนอน มื้อเที่ยงลงมากินอีกเลยเหลือโคตรเยอะ เสียดาย ;__;

เสร็จแล้วก็ไปช้อปที่ตลาดนัมโพดง (เห็นเค้าว่าประมาณสยามสแควร์เมืองพูซาน)

แต่บางมุมเราก็คิดว่าออกไปทางแนวไชน่าทาวน์มากกว่านะ เสื้อผ้าที่นี่ถูกและดูดีมีสไตล์* - *

ความจริงแล้ว เรื่องหน้าตาของคนเกาหลีนี่เรารู้สึกเฉยๆ นะ คือ ไม่ได้ดีมาก แล้วก็ไม่ได้แย่มาก

แต่ว่า....

วัยรุ่นเกาหลี แต่งตัวดูดีสุดๆ ไปเลย * - * คืออาจจะเพราะว่าบ้านเค้าเป็นเมืองหนาว (กว่าเรา)

แต่รู้สึกว่า พวกเสื้อผ้าที่ขายตามตลาดนัดแบบนี้ เป็นอะไรที่ดีไซน์ดูดี แล้วก็ ไม่แพงด้วย

(เสื้อยืดตัวนึงประมาณ 150 - 300 บาทเอง) แถมการตัดเย็บก็ดีกว่าด้วยอ่ะ

ด้านข้างๆ จะเป็นพวกร้านขายเสื้อผ้า ตรงกลางจะมีประมาณ ร้านอาหาร นั่งกินข้างทางแบบนี้

 

ร้านเสื้อผ้าก็มีตั้งแต่ แบรนด์ดัง ยันไม่มีแบรนด์ ซื้อพวกที่พูซานขอบอกเลยว่าถูกกว่าที่โซลเยอะเลย

 

ที่เกาหลีเค้าชอบ หมูทองกันมาก เพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเงินทอง ความมั่งคั่ง

 

บางโซนก็จะเป็นพวกร้านรถเข็น ไปเจอร้านคุณลุง (กับคุณป้า) คู่นึงเป็นร้านอะไรซักอย่าง

เราก็เข้าไปดูใกล้ๆ...ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่าขายอะไร แต่ติดป้ายไว้ประมาณว่า 1000 วอน

ก่อนหน้านั้นก็มีลูกค้าคู่นึงมาซื้อ ความจริงแล้วร้านนี้เป็นร้านขายน้ำตาลปั้น

แต่ที่พิเศษก็คือ เค้าไม่ได้ขายเฉยๆ แต่ว่า เราต้องเล่นเกมบิงโก...หน้าตาเกมบิงโกประมาณนี้

 

คือเค้าจะมีแถบแดงๆ ให้ 4 แถบ เราก็เอาไปวางตามเลขที่อยากได้ บนแถบแดงๆ

จะมีเขียนของรางวัลไว้แต่ละช่อง (คือรูปของน้ำตาลปั้น) แล้วเราก็จับฉลากมา 2 ใบ

ถ้า เลขตรงกับที่แถบเราปิดไว้ก็จะได้ น้ำตาลปั้น ตามรูป แต่ถ้าผิด เราก็จะได้ อมยิ้ม มาแทน

รอบแรก เรากับน้องเล่นไปแล้วแพ้อ่ะ T^Tได้เป็นอมยิ้มอันเล็ก

แต่ด้วยความคาใจ ก็เลยเล่นต่อกันอีกคนละตา...คราวนี้ชนะได้รางวัลชิ้นใหญ่!!!

เสียไป 3000 วอน กร๊าก....คนเรา บ้าดีแท้ 

น้ำตาลปั้นของเค้าจะต่างกับบ้านเราตรงที่ ของ บ้านเราจะใช้น้ำตาล แปะแซ แต่ของเค้า

จะทำมาจากน้ำตาลแท้กวนเป็นน้ำเชื่อมจนแข็งตัว ดังนั้นเวลากิน จะลิ้นไม่แตก

ไม่เหมือนแปะแซบ้านเรา กินเยอะแล้วลิ้นแตกอ่ะ T^T 

หวาน อร่อย ...แต่กินมากก็ฟันผุได้เหมือนกัน กร๊าก 

...

แล้วก็ไปกินน้ำแข็งไสราดถั่วแดง... แต่แบบว่า แอบรู้สึกเหมือนโดนหลอกขาย เพราะแพงง่ะ

ตั้ง 3000 วอน T^T (90 บาท แพงจังฟระ!)

ตอนไปช้อปปิ้งไกด์ ได้สอน ภาษาอังกฤษ สไตล์เกาหลี (ให้พอพูดกับเค้ารู้เรื่อง)

อย่างเช่น 

How much.... เค้าให้พูดว่า  ฮาวมัชชี่!!!!! (แปลว่าเท่าไหร่อ่ะตัวเอง)

Discount  ต้องพูดว่า  ดิสเคาท์ทื่ออออ  (แปลว่าลดหน่อยดิจ๊ะที่รัก)

Cheaper~~ ต้องพูดว่า ชีพพื่อ ชีพพื่อออออ (แปลว่า ถูกลงอีกนิดนะ นะ นะ นะ)

แต่อย่างเรา พอท่อง นับ 1 - 10 เกาหลี แล้วก็มั่วๆ เอาได้ กร๊าก

แต่วิธีง่ายที่สุดเวลาซื้อของที่เกาหลีก็คือ เอา เครื่องคิดเลขไป แล้วก็กดๆๆ

ต่อราคาก็กดๆ ไม่ต้องพูดให้ยุ่งยาก

ร้านต่อไปก็เป็นรถเข็นอีกละ ปลาหมึกปิ้งงงงง~~~~***

เค้าจะเอาปลาหมึกแห้งๆ ทับด้วยเครื่องทำความร้อนที่เหมือนกะทะแบนๆ 2 อันทาน้ำมันไว้

แล้วก็กด เวลาทำจะได้ยินเสียงฉ่าๆ กลิ่นหอมฉุยย

พอเอาออกมาก็เข้าเครื่องรีดดดด

คนละอารมณ์กับปลาหมึกปิ้งบ้านเรา แต่อันนี้จะมีรสชาติในตัวไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม อร่อยดีเหมือนกัน

...*ทำไมมีแต่ของกินฟระ......*

ที่จริงวันนั้นซื้อเสื้อยืดคู่กับน้องมา 2 ตัว เป็นลาย แพนด้า (แต่มันเขียนว่า penda) ราคาถูกมาก

เพราะไปเห็นที่โซลอีกทีนี่ราคาคนละเรื่องเดียวกันเลย = =

เสร็จแล้วก็จบมื้อเย็นด้วย ทงคัตสึ...อร่อย มาก!

วันต่อมา ก็ขึ้นรถไฟฟ้า KTX ขึ้นชื่อว่าเป็นรถไฟที่เร็วเป็นอันดับที่ 4ของโลก

จะเดินทางไปโซลล่ะนะฮ้า~

^ เสื้อแพนด้า *กร๊ากกก* 

โดยตอนแรกเกาหลีให้ ชาวเยอรมันมาเป็นผู้วางโครงสร้างรถไฟ พอเยอรมันกลับไป

เค้าก็รื้อระบบใหม่ก็อปปี้แล้วก็ทำใหม่ให้มันเร็วกว่าเดิมจนเป็นอันดับ 4 ของโลก

(อันดับ 1 คือ ญี่ปุ่น  เยอรมันและฝรั่งเศส ตามลำดับ...)

หน้าตารถไฟ

ได้นั่งเฟิสคลาสด้วย * 0 *....

ระยะทางจากพูซานไปโซลประมาณกทม.ไปเชียงใหม่

ภายในรถไฟที่นั่งกว้างขวาง *-*

นี่ที่นั่งเรา

ในรถไฟมีตู้กดขวดน้ำกับลูกอมฟรีด้วย << หวังแค่นี้แหละนะชีวิต...

ถึงโซลแล้ววว

มาสคอตสุดโมเอ้!

 

ออกจากสถานีก็เป็นโซลสแควร์

มื้อเที่ยงวันนี้เป็น แกงกองทัพ!!!

(จำชื่อเกาหลีไม่ได้อ่ะ...แต่ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่าอะไรซักอย่างนาเบะ5 5 5)

ซูมกันชัดๆ กร๊าก

ที่เรียกว่าแกงกองทัพก็เพราะว่า ตอนที่เกาหลีทำสงครามกับญี่ปุ่น อเมริกาส่งเสบียงมาช่วยเหลือ

เป็น แฮม เบค่อน ไส้กรอก มักกะโรนี ....แล้วทีนี้ คนเกาหลีทำไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับของที่ส่งมา

เพราะว่าไม่รู้จักในสมัยนั้น =_=' เค้าก็เลยโยนทุกอย่างลงหม้อ ใส่น้ำ แล้วก็ต้ม แล้วก็ใส่กิมจิ

จึงเป็นที่มาของแกงกองทัพ  ข้างล่างมีมักโรนีเยอะมาก!

...

สรุปนี่ตรูไปทัวร์บริโภคใช่ไหมเนี่ย?

...

เสร็จแล้วก็ไปนัมซานทาวเวอร์ หรือ โซลทาวเวอร์ (เห็นว่า ใช้ถ่ายฉากใน F4 เกาหลี)

แต่ไปเดินวนๆ ตั้งหลายทีก็ไม่เห็นฉากที่พระเอกนั่งเลย *มันอยู่ตรงไหนฟะ!*

เป็นหอคอยที่สูงติด 1 ใน 18 หอคอยที่สูงที่สุดในโลก ความจริงแล้วความสูงของหอคอย

ประมาณ หอคอยบรรหารแจ่มใสที่สุพรรณบุรีบ้านเรา แต่เต้าไปสร้างไว้บนภูเขานัมซาน

ก็เลยกลายเป็นสูงถึง 480 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ทางเดินขึ้น ไกลมาก

อีกนิดใกล้ถึงแล้ว!

 

ด้านนอกมี ไทม์แคปซูลฝังเอาไว้ ของข้างในเป็นข้าวของเครื่องใช้กับ รูปของคนยุคปัจจุบัน

และเค้าจะเปิดออกมาดูอีก 600 ปีข้างหน้า (จะยังอยู่กันไหม????)

 

ข้างในมีพิพิธภํณฑ์หมี เทดดี้เฮ้าส์ด้วย เปิดขึ้นเป็นแห่งที่ 3 หลังจากเปิดที่

เกาะเชจูโด และ พาจูแฮรี

หมีตัวใหญ่!

อย่างอื่นจะเป็นการเอาตุ๊กตาหมีมาจัดเป็นกิจกรรมต่างๆ

หมีใช้แรงงาน

หมีขุนนาง

หมีแต่งงาน!

หมีซังกุง!...

หมีชาวบ้าน

หมีตีคลี

หมีกองทัพ

หมีมาเฟีย

หมีไฮโซใช้หลุยส์วิกตอง

ที่จริงมีเยอะกว่านี้แต่ถ่ายในที่ร่มแอบเบลอเลยไม่ลง

วิวด้านบนหอคอย

ทุกมุมของกระจกจะมีบอกระยางทางของเมืองหลวงประเทศต่างๆ

ว่าห่างจากหอคอยนี้เท่าไหร่

ที่จริงแล้วหอคอยนี้เป็นหอคอยแห่งความโรแมนติก? คู่รักเค้ชอบไปเที่ยวกัน!!!

(แล้วคนไม่มีคู่อย่างตรูจะไปให้ช้ำใจทำไมกันหนอ...)

ตรงกำแพงเค้ามีมีให้ซื้อกระเบื้อง เขียนคำอธิฐานกับคนรักแล้วก็เอาไปแปะ...

 

แถมรอบๆ บริเวณ รั้ว คู่รักก็มักจะซื้อกุญแจไปเขียนคำอธิฐานแล้ว ล็อคเอาไว้...

เยอะมาก!!! กำลังสงสัยว่า ถ้าเค้าเลิกกันเนี่ยต้องมานั่งเอากุญแจออกมั้ย 5 5 5

ดู คู่รัก เค้าไป ล๊อค กุญ แจ กัน! <<<  *บ้า*

 

มีให้ล็อคเป็นต้นด้วย

สุดท้ายก็ยังหาจุดที่พระเอกนั่งไม่เจอ *ฮา*

 

แล้วก็ไปต่อที่ พิลดอง อยู่ถัดไปทางเหนือของภูเขานัมซาน เป็นแหล่งพักผ่อน

ฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงของราชวงศ์โชซอน

 

มองจากวัง ก็จะเป็น โซลทาวเวอร์!

 

 แต่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านชนชั้นยางบาง หรือชนชั้น

ราชการ หรือชั้นสูงเกาหลีในสมัยเมื่อ 600 ปีที่แล้ว เปลี่ยนเป็นหมู่บ้าน นัมซานฮันอก

เป็นหมู่บ้านที่รัฐบาลยังคงอนุรักษ์ไว้ เกี่ยวกับ เครื่องใช้ไม้สอย การจัดตกแต่งบ้านและสวน

การละเล่นสมัยก่อน ของเกาหลี

ถ่ายกับมาสคอต....แก่....แต่แอ๊บแบ๊วได้อีก....

.

วิวตอนกลางคืน ถ่ายแล้วเห็นโซลทาวเวอร์!

เสร็จแล้วก็ไปกินมื้อเย็น เป็นไก่ตุ๋นโสม..

ป้ายร้าน

คิดว่าถ้าไปกับทัวร์ คงได้ไปกินกันทุกทัวร์ เพราะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงทำไก่ตุ๋นโสมมานาน

กว่า 40 ปี แล้ว (เจ้าของร้านพูดไทยได้ด้วยอ่ะ...) แถมมีป้ายรับประกัน