บลอกก่อนหน้านี้นะเออ >> http://jaan.exteen.com/20091108/day-1

ของช่วงที่ 2 >>> http://jaan.exteen.com/20091112/day-2-3

ถึงช่วงสุดท้ายแล้ว...ยังมีคนอ่านไหมเนี่ย กร๊าก = [] ='

วันต่อมาไปพระราชวัง เคียงบ็อค.เป็นพระราชวังไม้โบราณเก่าแก่ที่สุด

และมีเรือนไม้ เยอะที่สุดในโลก สร้างขึ้นใน ค.ศ.1394 (600กว่าปีก่อน)

ที่จริงปกติแล้วจะมีเรือนไม้มากกว่า 200 หลังแต่สมัยที่ญี่ปุ่นเข้ามาบุกยึดครอง

ถูกเผาทำลายไปมาก...ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ 18 หลัง = =

 

ที่นี่เคยเป็นศูนย์บัญชาการทางหารและเป็นที่ประทับของกษัตริย์ด้วย

ปัจจุบันทางเกาหลีได้มีการก่อสร้างหมู่พระที่นั่งสำคัญๆที่เคยถูกทำลายขึ้นมาใหม่

ในตำแหน่งเดิม (ผิดกับของไทย ถูกเผายังไงก็คงสภาพไว้อย่างนั้น)

ที่นี่มีพลับพลากลางน้ำที่เรียกว่า พระที่นั่ง เคียงเฮวรู ซึ่งเมื่อก่อนมีไว้เป็น

ท้องพระโรงออกงานสโมสร สันนิบาตต่างๆ เอาไว้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเรือน

 ตรงวังด้านหน้าตอนแรกนึกว่าเค้ามาถ่ายหนังกัน...

แต่ความจริงแล้ว เค้ามีการสอบวัดระดับภาษาจีนกันอยู่ (รอบๆมีที่นั่งสำหรับญาติคนสอบด้วย)

เค้าทำเลียนแบบการสอบจอหงวนในสมัยก่อน(จำภาษาเกาหลีไม่ได้อ่ะ) แต่เปลี่ยนเป็นการสอบ

ภาษาจีนแทนซึ่งใส่ชุดและนั่งสอบกลางแจ้งเหมือนสมัยโน้น

 (ส่วนใหญ่เห็นแต่คนแก่มาสอบกันอ่ะ) ถ้าสอบผ่านก็จะได้ใบรับรองด้วยนะ * - *

แถม ผู้คุมสอบก็ แต่งตัวเหมือนสมัยก่อนเหมือนกัน...*คอสเพลย์....กร๊ากกกก*

แอบคิดว่าถ้าเวลาสอบไรงี้ไทยจัดแบบย้อนยุคมั่งจะเป็นไงหนอ 5 5 5

ต่อไปก็ไป ไปดู บลูเฮาส์ (เหมือนไวท์เฮ้าส์นั่นแล) เป็นที่อยู่ของประธานาธิบดี (เค้าห้ามถ่ายรูป)

ที่เรียกว่าบลูเฮ้าส์เพราะว่าหลังคาทั้งหมดจะทาด้วยสีน้ำเงิน ซึ่งคนเกาหลีเชื่อว่า

เป็นสีของความสูงศักดิ์ ในสมัยก่อนก็มีแต่บ้านของ ขุนนางกับเหล่าราชวงศ์เท่านั้น

ที่ใช้สีนี้ทาหลังคาบ้านได้ (คนธรรมดาห้ามใช้ถือว่าผิดกฏหมาย)

แต่ต่อมารัฐบาลเห็นว่า ควรนำจุดนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์

คือประกาศว่า ถ้าหมู่บ้านไหนสามารถพัฒนาได้ตามมาตรฐานของทางรัฐ

จะอณุญาตให้ใช้หลังคาบ้าน สีน้ำเงินได้

 (ช่วงนั้นแต่ละหมู่บ้านก็แข่งกันพัฒนาเพราะอยากใช้หลังคาสีน้ำเงิน)

...นโยบายเค้าประหลาดแต่ก็ฟังดูได้ผลดีนะ :D

ต่อไปก็ เป็น อนุสาวรีย์ฟีนิกซ์ สัญลักษณ์ของความเป็นอมตะตั้งอยู่ด้านหน้าภูเขารูปหัวมังกร

และ วงเวียนน้ำพุ...สมัยก่อนที่นี่นับเป็นจุดที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดในกรุงโซล

บริเวณรอบๆ

ต่อไปมันคือไฟลท์บังคับของรัฐบาลให้ทัวร์ทุกทัวร์ต้องลงที่ ศูนย์โสมรัฐบาล

(อยากรู้จังของไทยมีทัวร์ไฟลท์บังคับแบบนี้บ้างไหม?)

ที่เค้าว่าโสมเกาหลีดีที่สุดก็เพราะ ประเทศเกาหลีไม่เคยจมอยู่ใต้ทะเล ดินก็เลย

เหมาะกับการปลูกโสมมากที่สุด (แร่ธาตุในโสมก็เยอะที่สุดด้วยคือ 38 ชนิด)

และโสมที่สมบูรณ์ที่สุดก็คือโสมอายุ 6 ปี (เพราะถ้าปลูกไปนานกว่านี้มันจะตาย)

โสมต้นเล็กๆส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันเอามาประกอบอาหารมักจะเป็นโสม 2 ปี

คนเกาหลีที่จะปลูกโสมได้ต้องมีการเตรียมดินที่ดีและได้มาตรฐานจึงจะไปขอเมล็ดพันธุ์โสม

จากรัฐบาลได้ และกว่าจะปลูกได้โตเต็มวัยก็ต้องใช้เวลา 6 ปี แถมหลังจากปลูกเสร็จ

ดินก็จะพังปลูกอะไรไม่ได้เลย ต้องใช้เวลาบำรุงดินนาน 3 - 4 ปี...

เพราะอย่างนี้โสมถึงแพง(มั้ง)

 คิดดูว่าเฉลี่ยๆแล้วโสมสมบูรณ์ต้นนึงต้องใช้เวลาราวๆ 10 ปี แน่ะ!!!!!!

ดังนั้นตลอดทั้ง 6 ปีของคนปลูกโสม รัฐบาลจะช่วยเลี้ยงดูส่งเสียบุตรหลานให้ฟรี

(เพราะถือว่าคนปลูกโสมเป็นหน้าตาประเทศ) แถม โสมเกรด A หรือสินค้า

เกรด A ในเกาหลี เค้าจะไม่ส่งออกขายนอกประเทศนะเจ๊อะ...

เค้าจะส่งแต่เกรด B ลงไปเท่านั้น เพราะมีนโยบายอีกว่า

คนเกาหลีต้องได้ใช้ของที่ดีที่สุด ดังนั้นถ้าอยากได้โสม หรืออะไรที่เป็นเกรดA

ของเกาหลี (ถ้าไม่ใช่แอบขนไปขาย) ก็ต้องมาซื้อที่เกาหลีเท่านั้น...ฉลาดจริงๆ!

(ดูประเทศเรา ส่งของเกรด A ออกนอกประเทศหมดโดยเฉพาะข้าว....)

.

.

และถ้ามาถึงเกาหลีทั้งที ไม่ได้ทำกิมจิก็กระไรอยู่

ทัวร์เค้าก็เลยพาไปที่โรงเรียนสอนทำกิมจิ!!! ทาด๊า!!!!!

เค้าว่ากันว่าในกิมจิมีแร่ธาตุสารอาหารมากมาย ช่วยบำรุงผิวพรรณ (คนเกาหลีเลยผิวดี)

แถมในกิมจิมีแลคโตบาซิลัสมากกว่าใน ยาคูลท์บ้านเราถึง 600 เท่า

ดังนั้นเวลากินกิมจิเลยไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงถ่ายท้องดี๊ ดี กร๊ากกกกก...

ที่จริงแล้ว ที่เค้าต้องทำกิมจิก็เพราะว่า เกาหลีเป็นประเทศที่มีอากาศหนาว พอหน้าหนาว

ก็ปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้น จึงต้องถนอมอาหารไว้กินยามอดอยาก

แถมส่วนผสมของกิมจิของแต่ละบ้านหรือร้านแต่ละร้านก็ไม่เหมือนกันด้วย แล้วแต่สูตร

แต่ก่อนอื่นเค้าจะเอาหัวผักกาด หรือหัวไชเท้ามาแบ่งเป็น 4 ส่วน หรือซอยออก

ส่วนผสมน้ำกิมจิหลักๆก็มี น้ำกุ้งดอง น้ำตาล น้ำปลา(น้ำปลาเกาหลีจะกลิ่นคาวน้อยกว่าของไทย)

พริกชี้ฟ้าแห้งป่น น้ำลูกแพร์ อัตราส่วนก็แล้วแต่ว่าบ้านนั้นเน้นไปทางไหน

แล้วเค้าก็จะเอาผัก มาซัดเกลือเม็ดใหญ่ๆ แล้วเอาไปแช่น้ำเกลือทิ้งไว้ 1 วัน

เพื่อให้ผักอยู่ในสภาพเหมือนดองเอาไว้แล้วถึงเอาขึ้นมาทาน้ำกิมจิ

อันนี้เค้าทำมาให้แล้ว เราก็แค่แงะผักแล้วทาลงไปทีละชั้น

 ...แล้วก็เหลือใบสุดท้ายเอาไว้ พับครึ่งแล้วเอาใบสุดท้ายพันๆๆๆ เสร็จเป็นกิมจิ!

ถ้าเป็นบ้านของคนที่มีฐานะเค้าจะมีตู้เย็นไว้สำหรับแช่กิมจิโดยเฉพาะเลยด้วย!

ต่อไปก็ ช้อปปิ้ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ใครไปเกาหลีก็ต้องย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าไปทำไม...แน่นอนว่าไปซื้อเครื่องสำอางค์(ราคาถูก)

เพราะที่ไทยเอามาขึ้นเค้าท์เตอร์ราคาแพงซะงั้น

แหล่งช้อปที่นิยมกันด็คือ เมียงดง!!!!

เขตอันตรายห้ามเข้า เพราะอาจเสียทรัพย์นับแสน (วอน)

ยี่ห้อเครื่องสำอางที่ขายที่นี่ก็มี พวก Etude Skinfood Missha TonyMoly

เป็นหลัก ราคาถูกกว่าไทยประมาณ 3 เท่า เห็นจะได้...แถมซื้อเยอะก็ได้ของแถมด้วย

ความจริงเหมาะที่จะเดินทางไปซื้อกลับก็ยังได้ คิดว่าคุ้ม!.

ทางเข้าอยู่ข้างๆกับดึก วิคตอรี่!

ตรงข้ามเป็นห้าง ชินเซเก

(ประมาณห้างไฮโซเกษรพลาซ่าบ้านเรา)

ไปกินไอติมฟุต!!!...คือไอติมที่ยาวฟุตนึง อันนี้ซื้อรสมะม่วงมา มีหลายรสแปลกดี

มื้อเย็นปิดด้วยหม้อไฟปูอลาสก้า ก้า ก้า ก้า (แต่เราไม่ค่อยได้กินปูเลยอ่ะเพราะขี้เกียจแกะ...)

เครื่องเคียง!

กินเสร็จก็กลับโรงแรม นอนมาตื่นเช้า กินข้าวเที่ยง ไปช้อปปิ้งระหว่างรอทั่นพ่อทำงาน

ตอนเที่ยงก็ไปกิน (อีกแล้ว!).คราวนี้เป็น หมูย่างเกาหลีย์ย์ย์~~~

ที่เขาว่าอร่อยนักหนา ขอรับประกันว่าอร่อยจริง!!!!~~~~

พอใช่คีมคีบแบบนี้ ได้อารมณ์ ยากินิคู้วววว 5 5 5 5

เครื่องเคียง มีซุปสาหร่าย

(ภาษาเกาหลีว่า เมียกู...ส่วนข้าวเรียกว่าพั่บ น้ำพริกถั่วเน่าเรียก คันจัง)

วิธีกินคือเค้าจะเอาผักมาวางเนื้อหมู วางกิมจิ ใส่ถั่วงอกลวก แล้วก็ราดด้วยน้ำพริกถั่วเน่า

ห่อแล้วก็กินเข้าไป (อารมณ์เดียวกับเมี่ยง) ....อร่อยมวากกก T^Tb!!!!!

ต่อไปก็ไปที่ คลองชองเกซอง ชาวโซลให้ความสำคัญเพราะว่าเป็นคลองที่เปลี่ยน

ความเป็นเมือง ของกรุงโซลสมัยใหม่ โดยทำให้ใจกลางเมืองกรุงโซล

เป็นสถานที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ความจริงแล้วคลองนี้สมัยก่อนเน่าได้ที่พอๆกับคลองแสนแสบบ้านเราแล้วก็มีอยู่รัฐบาลนึง

ทนความเน่าของคลองไม่ได้ (แต่บ้านเราทนได้!) ก็เลยโบกปูนทับคลองไปทั้งอย่างนั้น

ไปๆ มาๆ รัฐบาลต่อมาก็มารื้อปูนที่โบกทับไว้ออก แล้วพัฒนาบำบัดน้ำโดยการ

 สูบน้ำสะอาดขึ้นมา ไล่น้ำเน่าออกไปจนหมดและทำการบำบัดน้ำเสีย

และพัฒนาบริเวณโดยรอบให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ (ไว้เป็นที่จัดกิจกรรมต่างๆ)

และน้ำในคลองนี้ถือว่าเป็นน้ำที่สะอาดเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำดื่ม สะอาดจริงๆ ใสมากๆ!!!

ต้นน้ำอยู่ตรงนี้